สิ่งที่คุณไม่อาจรู้….ชีวิตดีๆ ของคนที่ไม่เชื่อดวงชะตา

เปิดอ่าน 1,754 views

Advertisement

สิ่งที่คุณไม่อาจรู้….ชีวิตดีๆ ของคนที่ไม่เชื่อดวงชะตา

 

 

  1. ใช้ชีวิตให้เต็มที่โดยไม่มีกรอบ

ไม่ว่าคุณจะทำงานสายอาชีพใดก็ตาม ถ้าคุณกล้าที่จะใช้ชีวิตตามความฝัน คุณย่อมประสบความสำเร็จแน่นอน เชื่อเถอะว่าเหล่าคนดังที่ประสบความสำเร็จมานักต่อนักเชื่อดวงชะตาส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่เชื่อในการกระทำของตัวเองถึงกล้าลุย กล้าทำ ถ้าดวงชะตาบอกว่าคุณทำอะไรก็ไม่สำเร็จ จะมีชีวิตเป็นยาจก คุณจะนอนถอนหายใจอย่างหมดอาลัยตายอยาก หรือคุณจะฮึดลุกขึ้นสู้ ให้มันรู้กันไปว่าจะใช้ชีวิตแบบยาจกหรือทำเต็มที่ตามฝัน อย่างนั้นก็ได้ชื่อว่าลงมือทำ ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา

 

Advertisement

 

  1. เราเลือกผลลัพธ์ได้

การที่ลงมือทำอย่างน้อยก็มี 2 คำตอบ นั่นคือประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว แต่ถ้าคุณไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรเลยคุณก็มีคำตอบเดียวนั่นคือล้มเหลวอย่างแน่นอน ลองคิดดูสิว่า ถ้าคุณ ตัน ภาสกรนที ย่อท้อต่ออุปสรรคในวันที่เป็นหนี้ 50 ล้าน จะเกิดอะไรขึ้น? คงไม่มีคุณตันในวันนี้  และถ้า สตีฟ จ็อบ ไม่ฮึดสู้ ก็คงไม่มี Apple ที่โด่งดังทั่วโลกอย่างที่เรารู้จักกัน เอาเป็นว่าผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความพยายามของเราเองนี่แหละ

 

  1. ไม่เชื่อคำว่า “ไม่”

มหาเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จเกือบทุกคนย่อมผ่านความล้มเหลวมาแล้วทั้งนั้น ถ้าเขาเชื่อคำว่าไม่ ก็คงไม่ประสบความสำเร็จอย่างเท่าทุกวันนี้ ถ้ามหาเศรษฐีเหล่านั้นพึ่งพาแต่ดวงชะตาแต่ไม่ลงมือทำ ชีวิตก็คงถูกขังอยู่กับคำว่าเป็นไปไม่ได้ และคำว่า “ทำไมได้” ไปตลอดกาล

 

  1. แหกกฎของดวงดาว

ถ้าคุณตีกรอบชีวิตเอาไว้ภายใต้ดวงดาว ชีวิตของคุณก็จะติดอยู่ในกรอบ แต่ถ้าคุณเพิ่มขีดความสามารถให้ตัวเอง เพิ่มศักยภาพ อดทน มานะ บากยั่น อย่างไม่ย่อท้อและไม่รู้จำคำว่าแพ้ ประดุจกับว่าแหกกฎทุกกฎของดวงดาว รับรองได้ว่าชีวิตคุณจะมีความสุขโดยไม่มีกฎเกณฑ์สมมุติมาเป็นห้องขัง

 

  1. เรียนรู้และปรับปรุงเพื่อสิ่งที่ดีที่สุด

สมมุติว่าคุณประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน สิ่งที่คุณจะทำอันดับแรกคืออะไร ระหว่างโทษตัวเองที่ประมาทหรือโทษดวงชะตาที่นำพาให้เกิดอุบัติเหตุ สิ่งที่คุณควรตระหนักนั่นคือ แก้ไขความผิดพลาดของตัวเองและพัฒนาปรับปรุงตัวเองเพื่อสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อตัวเอง

 

Advertisement

 

เชื่อดวง ไม่จบ ทุกข์ไม่พ้น แถมเกิดปัญหา

ยิ่งดูยิ่งคิดมาก

ในยุคสมัยที่เร่งรีบ และชีวิตผูกติดกับโซเชียล กับการแข่งขันดิ้นรนเอาตัวรอดแบบนี้ สิ่งที่หลายๆ คนมองหานั่นคือสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ และก็คงหนีไม่พ้น “การดูดวง”

ดูดวงแล้วเกิดอะไรขึ้น? เคยมีหลายกรณีที่ดูดวงแล้วหมอดูบอกว่าเดี๋ยวก็เลิกกับแฟนเพราะแฟนคนนี้ไม่ใช่เนื้อคู่กัน เชื่อเถอะว่าร้อยทั้งร้อยดูแล้วก็เก็บมาคิดมาก คอยระแวงว่าเดี๋ยวอีกไม่นานก็เลิกกัน ทีนี้คบไปแบบแกนๆ ไม่มีความสุข คอยระแวงว่าเดี๋ยวก็เจอเนื้อคู่ เดี๋ยวก็เจอคนที่ใช่ สุดท้ายก็ต้องเลิกราตามคำทำนาย แล้วใครที่เจ็บที่สุด? อย่าลืมว่าหมอดูไม่ได้มานั่งปลอบใจ แต่เราเองที่เสียใจและแบกรับความรู้สึกเหล่านั้น  บางครั้งเราอาจจะมองหาสิ่งที่ดีที่สุด จนพลาดสิ่งที่มี

 

เดรัจฉานวิชา

จริงอยู่ว่าวิชาดูดวงมีมานานก่อนพุทธศาสนา แต่อย่าลืมว่าเพราะมันไม่ใช่ทางพ้นทุกข์พระพุทธเจ้าจึงแสวงหาทางพ้นทุกข์กระทั่งเกิดศาสนาขึ้นมา หลายๆ คนยังคงเข้าใจผิดคิดว่า วิชาหมอดูเป็นศาสนาพุทธแต่แท้ที่จริงแล้ว คือ เดรัจฉานวิชา ซึ่งแปลว่าความโง่ นำมาซึ่งความโง่ สร้างโดยคนโง่ เชื่อโดยคนโง่ เป็นวิชาที่ไม่ได้เป็นไปตามหลักกฎแห่งกรรม แต่เป็นไปตามสถิติและตรรกะวิธี ซึ่งเป็นวิสัยของโลกียะ เมื่อเป็นไปตามโลกจึงได้แค่วนอยู่ในโลก สุข ทุกข์แบบโลกๆ นั่นเอง

 

ยิ่งดูดวงยิ่งเกิดกิเลส

แก่นของศาสนาพุทธคือการไม่มีตัวตน ละทิ้งกิเลส แต่การดูดวงคือการทำให้ลุ่มหลงในกิเลส แสวงหาโชคลาภ จึงเกิดการสะเดาะเคราะห์ขึ้นมาสารพัด หลายๆ คนทำทุกอย่างเพื่อให้ร่ำรวย และมีโชคลาภ จึงทำบุญเพื่อหวังผล ทั้งๆ ที่การทำบุญคือการเสียสละทาน ให้โดยไม่หวังผล (ถึงแม้ว่าผลนั้นจะตอบแทนกลับมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้) เราจึงเห็นคนใกล้ตัวหลายคน ยอมทุ่มเทเงินทอง หรือบางครั้งขายข้าวของจนหมดตัวเพื่อนำเงินไปทำบุญ เพราะหวังในลาภผล สรรเสริญ นั่นเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน มองแบบไม่ต้องมีความรู้ก็เห็นแล่วว่าทำให้ตัวเองลำบากเพียงใด

 

แก้กรรมได้หรือไม่?

ไม่มีใครสามารถลบล้างการกระทำในอดีตของตัวเองได้ โดยเฉพาะอดีตชาติที่เราไม่รู้ว่าเกิดมากี่ภพ กี่ชาติจนนับไม่ถ้วน ซึ่งพระพุทธเจ้ากล่าวไว้ว่า เรื่องอดีตชาติคืออจินไตย ไม่ต้องไปสนใจ สิ่งที่เราทำได้นั่นคือ ทำปัจจุบันให้ดี สร้างกรรมดีให้มากที่สุด แล้วจะทำให้กรรมเก่า (ผลของการกระทำ) ค่อยๆ ไกลออกไปเรื่อยๆ ยังตามมาไม่ถึง แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครหนีกรรมได้อยู่ดี เพียงแต่กรรมดีส่งผลก่อน ส่วนกรรมชั่วตามมามาทีหลัง ฉะนั้นก่อนจะทำอะไรต้องมีสติตลอดเวลา และสตินั้นต้องอาศัยการฝึกฝน เพื่อให้มีปัญญา กำกับควบคู่กันไป

 

Advertisement

 

สิ่งที่ควรทำ?

ยอมรับในผลของการกระทำของตัวเอง แม้จะเป็นสิ่งที่เราไม่รู้มาก่อนก็ตามแต่ไม่ต้อไปสืบหาสาเหตุ เมื่อเรายอมรับในโชคชะตานั่นก็เท่ากับว่าเราได้ชดใช้กรรมเก่าแล้ว และสิ่งที่ต้องมุ่งหน้าทำต่อจากนี้นั่นคือกรรมดี ทำให้มาก ทำด้วยใจที่บริสุทธิ์ ทำบุญทำทานด้วยจิตที่เสียสละ มุ่งหวังให้คนอื่นได้รับประโยชน์จากการทำทานในครั้งนี้ อย่ามองหาแต่ผลประโยชน์ที่ตัวเองได้รับ เพราะนั่นจะยิ่งทำให้จิตลุ่มหลงในกิเลสตัณหา สิ่งที่ศาสนาพุทธสอนนั่นคือการละ…ปล่อยวาง แต่ไม่ใช่การปล่อยวางแบบวัว แบบควาย ที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไร แต่เป็นการปล่อยวางที่ทำกิจไปพร้อมกับจิต ไม่มุ่งหวังในผลลัพธ์ พูดง่ายๆ ว่าทำเต็มที่แต่ไม่ซีเรียส (พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล)

 

สรุป

สรุปได้ว่าการเชื่อในดวงชะตา หมอดู ทำนายทายทัก จะทำให้คนไม่เชื่อในกรรมและผลของการกระทำ เพราแสวงหาแต่กิเลส ผลประโยชน์ เมื่อไม่เชื่อในกรรมที่เป็นส่วนหนึ่งของสัมมาทิฏฐิ หรือ ความเห็นที่ถูกตรง สู่ความพ้นทุกข์ เราก็จะไม่มีทางพ้นทุกข์นั้นได้เลย มีแต่ลุ่มหลงในทางโลก แบบโลกๆ ตลอดไป

 

 

เรียบเรียงโดย : สาระดีดี

Advertisement

Advertisement

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : สิ่งที่คุณไม่อาจรู้….ชีวิตดีๆ ของคนที่ไม่เชื่อดวงชะตา