ระวังวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านผิดที่ ขวางทรัพย์ ถ่วงความเจริญ อยากรู้ต้องอ่านด่วน

เปิดอ่าน 60,524 views

Advertisement

ระวังวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านผิดที่ ขวางทรัพย์ ถ่วงความเจริญ อยากรู้ต้องอ่านด่วน

 

jo
สิ่งศักดิ์สิทธิ์คือสิ่งที่มีคู่ในบ้านเรือนทุกหลัง แต่รู้หรือไม่ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะส่งผลเสียหรือผลดีต่อคนในบ้าน ก็ต้องขึ้นอยู่กับการวางให้ถูกจุดด้วยนะ ใช่ว่านำไปวางสะเปะสะก็ได้ เพราะถ้าคุณวางผิดจุดในบ้านแทนที่จะหนุนนำความเจริญ กลับกลายเป็นถ่วงชีวิต และขวางทรัพย์ก็เป็นได้ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะวันนี้เราจะมาบอกเคล็ดลับให้หมดเปลือก ทั้งข้อห้าม และคำแนะนำดีๆ ที่จะเสริมทรัพย์ให้กระเป๋าตุง ถ้าอยากรู้ก็ตามมาเลย
5 จุดในบ้านที่ห้ามวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์เด็ดขาด

  • ห้ามวางพิงผนังห้องน้ำ
    ตามหลักเบญจธาตุ (5 ธาตุ) แล้ว สิ่งศักดิ์มีความหมายแทนธาตุไฟ ส่วนห้องน้ำและห้องส้วม คือ ธาตุน้ำ ซึ่งตามธรรมชาติของน้ำจะดับไฟ จึงถือเป็นธาตุที่กระทบหรือหักล้างกัน
  • ห้ามวางบริเวณเหนือขอบประตู
    เนื่องจากประตูเป็นจุดที่ไม่มั่งคั่ง รุ่งเรื่อง กระแสที่พลังงานที่วิ่งลอดไปมาจะก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านนั่นเอง
  • ห้ามวางบริเวณใต้คานบ้าน
    เพราะคานบ้านจะกดทับองค์ทำให้พลังดีๆ จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถูกกดเอาไว้ จึงไม่สามารถปกปักรักษาคนในบ้านได้อย่างเต็มที่
  • หนือหัวของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ห้ามเป็นห้องน้ำหรือเป็นเตียงนอน
    เนื่องจากถือว่าเป็นหารไม่แสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง
  • ห้ามวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์พิงกับเสาลอย
    เนื่องจากเสาลอยแสดงถึงความไม่มั่นคง การเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปวางในที่ที่ไม่มั่นคง

เรื่องข้อห้ามของการวางสิ่งศักดิสิทธิ์ไว้ตามจุดต่างๆ ของบ้านนั้น เป็นเพียงความเชื่อของคนโบราณที่สืบทอดต่อๆ กันมาเท่านั้น แต่ก็ให้ผลที่ดีแก่คนที่ศรัทธาและปฏิบัติตามทั้งนั้น นอกเหนือจากข้อห้ามแล้วยังมีเรื่องของข้อควรปฏิบัติแก่การจัดห้องพระในบ้าน ที่ผสมผสานความเชื่อคนไทยโบราณกับหลักฮวงจุ้ยอีกด้วยนะ เพราะให้ผลดีพลังบวกทั้งด้านความเชื่อในศาสตร์จีนและศาสตร์ไทย
การมีห้องพระในบ้านไม่ใช่เรื่องของการประพฤติปฏิบัติกันมาพอจบๆ เท่านั้น แต่ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องใส่ใจ เช่นการผสานหลักของพุทธกับฮวงจุ้ยเข้าด้วยกัน จะช่วยเสริมบารมีให้เท่าทวีคูณ ทั้งความสงบ ร่มเย็น และความเจริญของครอบครัว บางบ้านมีห้องพระจริงแต่ทว่ากลับปฏิบัติไม่ถูกต้อง กลับเอาห้องพระมาเป็นห้องเก็บของ วางนั่นวางที่ระเกะระกะไปหมด การเลือกตำแหน่งสร้างห้องพระก็ดี แต่ก็ต้องเลือกขนาดที่เหมาะสมเพื่อให้สมาชิกในบ้านได้มีสถานที่ปฏิบัติธรรมเพื่อความสงบจิตสงบใจอีกด้วย ใช่ว่าจะจัดห้องพระเพื่อประดับบารมีเท่านั้น แต่ไม่ต้องห่วง วันนี้ สาระดีดี ได้รวบรวมหลักควรและไม่ควรปฏิบัติมาให้ศึกษากันด้วยค่ะ

1

การเลือกจัดตำแหน่งห้องพระที่เหมาะสม

สิ่งแรกที่เราต้องตระหนักก็คือ การเลือกสถานที่จัดวางห้องพระ เนื่องจากตามหลักฮวงจุ้ยแล้วจะเลือกจำแหน่งที่เสริมธาตุไฟจากการจุดธูป เทียน บูชา ทำให้พลังบวกเพิ่มทวีคูณ ส่งผลให้สมาชิกทุกคนในบ้านร่วมเย็น เป็นสุข มีแต่ความเจริญในชีวิตและหน้าที่การงานนั่นเอง แต่ถ้าใครยังเลือกไม่ถูกว่าจะจัดห้องแบบไหนดี ลองมาใช้หลักการจัดห้องแบบง่ายๆ ทีเรารวบรวมมาให้ดังนี้

Advertisement

  1. ห้องพระควรเป็นห้องที่อยู่ชั้นบนสุดของบ้าน เนื่องจากพระเป็นของสูง การวางพระต่ำกว่าคนในบ้าน ถ้าหากมีการเดินข้าม การนอนคร่อม หรือการหันปลายเท้าเข้าหาพระ ย่อมไม่เป็นมงคลต่อตนเอง ทั้งนี้การเลือกตั้งห้องพระไว้ที่ชั้นล่าง ก็สามารถทำได้เช่นกันเพียงแต่จะมีข้อจำกัดขึ้นมา เช่น ต้องพิจารณาว่าห้องที่จะอยู่ชั้นบนเหนือห้องพระเป็นห้องน้ำ และห้องนอนหรือไม่ ถ้าใช่ก็ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งควรเปลี่ยนมุม ดังนั้นจึงควรจะเป็นห้องว่างที่ไม่มีคนอยู่เลยจะดีกว่า
  2. ห้องพระควรจะอยู่ในตำแหน่งที่มีการระบายอากาศได้ดี เนื่องจากการบูชาพระจะต้องจุดธูปเทียนบูชา หากเป็นตำแหน่งที่อากาศถ่ายเทสะดวกก็จะทำให้ไม่รบกวนสมาธิของผู้ปฎิบัติธรรมในห้องพระ อีกทั้งอากาศที่ถ่ายเทได้ดียังช่วยลดอันตรายจากควันไฟและเปลวไฟไม่ให้ไหม้บ้านได้อีกด้วย
  3. ห้องพระควรต้องอยู่ในบริเวณที่สงบ เป็นมุมที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่านเพื่อการรับพลังที่กระจัดกระจาย ตามหลักฮวงจุ้ยนั้นถือว่าตำแหน่งหน้าบ้านเป็นตำแหน่งโชคลาภ ส่วนตำแหน่งทางหลังบ้าน ถือว่าเป็นตำแหน่งบารมี ดังนั้นการจัดฮวงจุ้ยห้องพระจึงควรเลือกจาก 2 ตำแหน่งดังกล่าว เพราะจะช่วยเสริมพลังบวกให้ได้มากที่สุด
  4. ห้องพระควรที่จะหันทิศไปทางตะวันออก หรือทิศเหนือ ซึ่งถือเป็นทิศมงคล ถ้าหากไม่สามารถเลือกตำแหน่งห้องพระในทิศตะวันออกและทิศเหนือได้แล้วล่ะก็ ให้ตั้งหิ้งพระและองค์พระวางหันหน้าไปทางทิศนั้น ๆ แทนก็ได้เช่นกัน
  5. ห้องพระที่ติดกับห้องนอนควรต้องระวังเรื่องการวางเตียง ห้าหันปลายเท้าไปหาห้องพระเด็ดขาด กรณีที่หันหัวเตียงไปที่ห้องพระก็ต้องพิจารณาด้วยว่า ตำแหน่งขององค์พระหรือตำแหน่งโต๊ะหมู่บูชานั้นติดกับหัวเตียงหรือไม่ เพราะถ้าติดกัน เมื่อเรานอนบนเตียงอาจได้รับอิทธิพลของธาตุไฟจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ปวดหัวง่ายหรือนอนไม่ค่อยหลับนั่นเอง
  6. ห้องพระไม่ควรอยู่ติดกับห้องน้ำ ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว ห้องน้ำถือเป็นธาตุน้ำ ส่วนห้องพระที่ศักดิ์สิทธิ์ถือเป็นธาตุไฟ ตามกฎเบญจธาตุ ซึ่งธาตุน้ำนั้นจะดับธาตุไฟ ถ้ามีความจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องวางห้องพระติดกับห้องน้ำ ก็ควรหาตู้มาบังผนังห้องน้ำ แล้วหันพระไปทางทิศอื่น ถ้าไม่เช่นนั้นความศักดิ์สิทธิ์ของพระจะเสื่อม เนื่องจากถูกพลังของธาตุน้ำหักล้าง
  7. ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อกันว่าร้านค้าไม่ควรนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาวางให้คนภายนอกเห็น เนื่องจากจะมีคนแกล้งนำของสกปรกมาทำลายสิ่งศักดิ์สิทธ์ แต่ในกรณีที่บ้านมีพื้นที่จำกัด เราก็สามารถเลือกจัดที่บูชาพระ ในจุดที่เหมาะสมได้ โดยอาจจะใช้เกณฑ์การจัดเช่นเดียวกับห้องพระ

 

นอกเหนือจากเรื่องจัดวางห้องที่เหมาะสมแล้ว ชี้เฉพาะย่อยลงไปจะเป็นเรื่องของตำแหน่งจัดวางโต๊ะหมู่บูชา ดังนั้นควรใช้หลักการจัดวางดังนี้

  1. ห้ามตั้งโต๊ะหมู่บูชาในห้องนอน โดยเฉพาะคนที่มีคู่ครองแล้ว แต่ถ้าจำเป็นก็ควรใช้ฉากกั้นเป็นสัดส่วน ห้ามปะปนกันโดยเด็ดขาด
  2. ไม่ควรตั้งโต๊ะหมู่ตรงบันได หรือใต้บันไดเด็ดขาด ต้องหลีกเลี่ยงให้ดี
  3. หิ้งพระ หรือโต๊ะหมู่บูชาต้องวางเลี่ยงคานบ้าน
  4. หิ้งพระ หรือโต๊ะหมู่บูชา ต้องตั้งให้ไกลจากห้องน้ำ ไม่ว่าจะอยู่เหนือ หรืออยู่ใต้ก็ตาม
  5. โต๊ะหมู่บูชาหรือหิ้งพระ ก็ไม่ควรวางพิงหนังห้องน้ำเช่นกัน สรุปคือ หลีกเลี่ยงห้องน้ำให้ดีที่สุด

 

 

2

การหันองค์พระให้ถูกทิศ เสริมสร้างบารมีทั้งผู้อยู่อาศัยและสิ่งศักดิสิทธิ์

เมื่อสามารถกำหนดตำแหน่งของห้องพระที่เหมาะสมแล้ว การเลือกตำแหน่งตั้งองค์พระตามหลักฮวงจุ้ย ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน โดยทิศที่เหมาะสมในการตั้งพระพุทธรูป คือ ทิศเหนือ และทิศตะวันออก ที่จะช่วยเสริมดวงชะตา และนำโชคลาภ มาสู่ผู้อยู่อาศัย เราสามารถพิจารณาได้จากหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

  • ควรตั้งพระหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากทิศนี้ถือเป็นทิศเศรษฐี หากเจ้าบ้านประกอบการงาน หรือทำมาค้าขาย ก็จะเจริญร่ำรวยยิ่งขึ้น
  • ควรตั้งพระหันหน้าไปทางทิศตะวันออก เนื่องจากทิศนี้ถือเป็นทิศราชา ถ้าจะประกอบการงานใดๆ ก็จะเจริญ รุ่งเรือง ใหญ่โต สมความปรารถนาทุกประการ
  • ควรตั้งพระหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากทิศนี้เป็นทิศปฐม เป็นทิศที่ไม่เหมาะสมสำหรับการตั้งองค์พระ เนื่องจากทำอะไรจะไม่เจริญ ลาภผลตกต่ำ ถึงทำงานหนักแค่ไหนก็แค่พอมีพอใช้
  • ไม่ควรตั้งพระหันหน้าไปทางทิศใต้ เนื่องจากทิศนี้เป็นทิศจัณฑาล ถ้าทำงานอะไรก็จะติดขัด ลำบาก หากมีการลงทุนก็มักจะได้ผลประโยชน์ไม่ค่อยคุ้มค่า
  • ไม่ควรตั้งพระหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เนื่องจากทิศนี้เป็นทิศวิปฏิสาร งานการที่ทำจะนำพาแต่ความเดือดร้อนยุ่งยาก มิหนำซ้ำยังมีผลกระทบสู่ครอบครัว รวมทั้งเพื่อนบ้านด้วย
  • ไม่ควรตั้งพระหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เนื่องจากทิศนี้เป็นทิศกาลกิณี ไม่ว่าคนในบ้านจะทำสิ่งใด ก็จะมีแต่ความเกิดลังเล ไม่เป็นมงคล และอาจเกิดภัยอันตรายร้ายแรงกับคนภายในบ้าน จึงควรหลีกเลี่ยงทิศนี้อย่างเด็ดขาด
  • ไม่ควรตั้งพระหันไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เนื่องจากทิศนี้เป็นทิศอุทธัจจะ ถ้าคนในบ้านจะทำงานสิ่งใด ผลงานก็ไม่แน่นอน รวนเร จับจด ล้มเหลวและไม่ได้ผล
  • การตั้งพระหันหน้าไปยังทิศเหนือ เนื่องจากทิศนี้เป็นทิศมัชฌิมาปฏิปทา การจะทำงานใดๆ แต่ผลงานจะอยู่ในเกณฑ์ปานกลางเทท่านั้น ไม่ดีหรือไม่ร้าย

Advertisement

 

วันเดือน ปีเกิด เจ้าบ้านกับทิศในการตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์

นอกจากนี้แล้ว วันเดือนปีเกิดก็ยังส่งผลกับทิศในการตั้งองค์พระอีกด้วย

  • เจ้าของบ้านที่เกิดปีชวด ห้ามตั้งองค์พระหรือหิ้งบูชาไปทางทิศเหนือเด็ดขาด เนื่องจากจะส่งผลให้เจ้าของบ้าน เกิดอันตรายอย่างใหญ่หลวงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
  • เจ้าของบ้านที่เกิดปีฉลู ห้ามตั้งองค์พระหรือหิ้งพระบูชาหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเด็ดขาด เนื่องจากจะส่งผลให้เจ้าบ้าน เกิดการเจ็บป่วยอย่างกะทันหันได้
  • เจ้าของบ้านที่เกิดปีขาล ห้ามตั้งองค์พระหรือหิ้งพระบูชาหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะจะส่งผลให้ผู้หญิงที่เป็นสมาชิกในครอบครัวเกิดอันตรายได้
  • เจ้าของบ้านที่เกิดปีเถาะ ห้ามตั้งองค์พระหรือหิ้งพระบูชาไปทางทิศตะวันออกเด็ดขาด เพราะจะส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงและคนในบ้านจะเสียชีวิตอย่างกะทันหัน
  • เจ้าของบ้านที่เกิดปีมะโรง ห้ามตั้งองค์พระหรือหิ้งพระบูชาหันไปทางทิศตะวันออก เพราะจะส่งผลให้คนในบ้านเกิดความเสียหายไม่ว่าทั้งชายและหญิง
  • เจ้าของบ้านที่เกิดปีมะเส็ง ห้ามตั้งองค์พระหรือหิ้งพระบูชาหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เด็ดขาด เพราะจะส่งผลให้คนในครอบครัวเกิดความยุ่งยากใจ จนหาความสงบสุขไม่ได้เลย
  • เจ้าของบ้านที่เกิดปีมะเมีย ห้ามตั้งองค์พระหรือหิ้งพระบูชาหันไปทางทิศใต้ เนื่องจากจะส่งผลให้เกิดเรื่องอัปมงคลขึ้นภายในบ้าน
  • เจ้าของบ้านที่เกิดปีมะแม ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้ครอบครัวเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอย่างไม่คาดฝันได้
  • เจ้าของบ้านที่เกิดปีวอก ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพราะจะทำให้เกิดเรื่องร้าย ๆ กับสมาชิกที่เป็นเพศชายในครอบครัว
  • เจ้าของบ้านเกิดปีระกา ห้ามตั้งองค์พระและหิ้งบูชาหันไปทางทิศตะวันตก เพราะจะทำให้ทุกข์โศกมาเยือนคนในครอบครัว จนต้องร้องไห้อยู่เสมอ
  • เจ้าของบ้านทที่เกิดปีจอ ห้ามตั้งองค์พระหรือหิ้งพระบูชาหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เพราะจะส่งผลร้ายให้สมาชิกในครอบครัวจนถึงขั้นเสียชีวิต
  • เจ้าของบ้านที่เกิดปีกุน ห้ามตั้งองค์พระหรือหิ้งบูชาหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เพราะจะส่งผลให้เกิดเรื่องร้ายแรง ในครอบครัว อาจต้องมีการเสียเงินเสียทอง หรืออาจขึ้นโรงขึ้นศาล

Advertisement

การจัดตั้งหิ้งพระบูชาตามหลักฮวงจุ้ย

การจัดหิ้งหมู่บูชาพระต้องถูกต้องตามหลักทางพุทธศาสตร์และฮวงจุ้ย นอกจากมีความสะอาดเป็นระเบียบแล้วต้องสวยงามอีกด้วย เพราะความสวยงามและสะอาดสะอ้านนี้จะช่วยสะท้อนพลังดีให้ทวีคูณเป็นสองเท่า แต่ถ้าทำตรงกันข้ามแล้วล่ะก็จะเปลี่ยนเรื่องมงคลให้กลายเป็นอัปมงคลเลยทีเดียว ดังนั้นเราจึงมีคำแนะนำเพิ่มเติมดังนี้

  • หิ้งบูชาและองค์พระต้องสะอาดอยู่เสมอ หากปล่อยให้สกปรก คนในบ้านก็จะเจ็บป่วยจนทำมาค้าไม่ขึ้น เราควรเปลี่ยนน้ำเปล่าและดอกไม้สดที่บูชาพระเป็นประจำ อย่าปล่อยให้ดอกไม้แห้งเฉาเด็ดขาด เพราะจะทำให้คนในบ้านมีชีวิตที่ไม่มั่นคง
  • หิ้งพระไม่ควรอยู่เหนือประตูซึ่งเป็นทางเดินเข้า – ออก ถ้าจัดหิ้งพระในมุมที่พลุกพล่านจะทำให้คนในบ้านจะมีแต่ความวุ่นวาย
  • หิ้งบูชาพระไม่ควรหันไปทางประตูห้องน้ำหรือห้องครัวเด็ดขาด มิเช่นนั้นคนในครอบครัวจะเจ็บป่วย เงินทองรั่วไหล คนในบ้านขัดแย้ง
  • สำหรับคนที่พักอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นต์หรือคอนโด ควรตั้งหิ้งบูชาให้สูงกว่าระดับศีรษะ หากตั้งหิ้งบูชาต่ำกว่าศีรษะก็จะทำให้คนในครอบครัวไม่เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หรืออาจถึงขั้นลดตำแหน่งลง
  • ถ้าตั้งหิ้งบูชาพระขนาดใหญ่ จำนวนองค์พระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนหิ้งควรมีจำนวนเป็นเลขคี่ เช่น 1,3,5,7,9 องค์ เป็นทั้งความเชื่อตามหลักฮวงจุ้ย และความเชื่อของไทย ห้ามลงท้ายด้วยเลขคู่เด็ดขาด
  • ไม่ตั้งหิ้งบูชาพระไว้ใต้คาน ไม่เช่นนั้นดวงชะตาของคนในบ้านจะถูกกดทับ จะทำให้ไม่มีความเจริญรุ่งเรือง และมักจะมีเรื่องให้ปวดหัวอยู่เสมอ
  • เราไม่ควรมองเห็นหิ้งพระบูชาได้จากนอกบ้าน เพราะจะถือว่าเป็นการตั้งที่ไม่อยู่ในมุมสงบ แต่ถ้าเป็นร้านรวง หรือค้าขายก็ถือว่าไม่เป็นไร
    เป็นอย่างไรกันบ้าง กับคำแนะนำในการวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งข้อห้ามต่างๆ และการจัดห้อวงพระ วางหิ้ง ตะหมูบูชา ทั้งทางศาสตร์ไทย และศาสตร์จีน นับได้ว่าเป็นการผสมผสานที่ลงตัวทำให้พลังบวกทวีคูณ ถ้าทำตามนี้คนในบ้านรับรองว่า สุขกาย สุขใจ ชิวิตครอบครัวมีแต่ความราบรื่นแน่นอน

 

เรียบเรียงโดย: สาระดีดี ดอทคอม 

ที่มา : http://feedclip.blogspot.com/2016/06/5.html

Advertisement

Advertisement

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : ระวังวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านผิดที่ ขวางทรัพย์ ถ่วงความเจริญ อยากรู้ต้องอ่านด่วน