วิธีเซ็นบัตรประชาชนให้ปลอดภัย ไม่ถูกมิจฉาชีพสวมสิทธิ์ (คำแนะนำจากทนาย)

เปิดอ่าน 32,084 views

Advertisement

Share on Facebook0Share on Google+1Tweet about this on Twitter0Share Line

วิธีเซ็นบัตรประชาชนให้ปลอดภัย ไม่ถูกมิจฉาชีพสวมสิทธิ์

 

hih

 

 

ปัจจุบันมีข่าวปลอมแปลงเอกสารมากมาย เห็นได้ตามหน้าหนังสือพิมพ์ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้มิจฉาชีพเหล่านั้นสวมสิทธิ์เราเอาไปก่อเหตุร้าย แต่ปัญหาทุกอย่างจะจบไปถ้าคุณรู้เทคนิคการเซ็นเอกสาร 4 ขั้นตอนต่อไปนี้ ไม่ว่าจะเป็นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาเอกสารทะเบียนบ้าน หรือเอกสารอะไรต่อมิอะไร รับรองว่าไม่มีทางเปิดช่องโหว่ให้พวกมิจฉาชีพแน่นอน

  1. ทุกครั้งคุณต้องเซ็นชื่อและเขียนรับรองเอกสารสำเนาถูกต้อง ต้องเขียนรายละเอียดกำกับเอาไว้ด้วยว่านำเอกสารฉบับนี้ไปใช้ทำอะไร เช่น ใช้สำหรับสมัครงานเท่านั้น หรือใช้สำหรับจองที่พักเท่านั้น เป็นต้น
  2. นอกจากเขียนกำกับชื่อและรายละเอียดเอาไว้แล้ว คุณยังต้องกำกับเรื่อง วัน เดือน ปี ที่ใช้สำเนาเอาไว้ด้วย จุดนี้จะช่วยกำหนดอายุในการใช้เอกสารฉบับนี้ได้
  3. คุณต้องเขียนข้อความทั้งหมดกำกับลงบนสำเนาในส่วนที่เป็นบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หรือเอกสารสำคัญอื่นๆ ซึ่งเป็นวิธีการเซ็นที่ถูกต้อง เพื่อไม่เป็นการเปิดช่องทางให้มิจฉาชีพนำไปก่อหนี้ให้กับเรา
  4. สำหรับการเซ็นเอกสารต้องใช้ปากกาหมึกสีดำเท่านั้น จึงจะเป็นการปลอดภัย เพราะเครื่องถ่ายเอกสารบางรุ่นสามารถถ่ายเอกสารโดยการดึงหมึกสีน้ำเงินออกได้ หรือใช้โฟโต้ช็อปดึงได้ ก็จะเหลือแค่บัตรประชาชนอย่างเดียว จุดนี้แหละที่มิจฉาชีพจะนำเอกสารของคุณไปใช้ก่อหนี้ ฉะนั้นการใช้หมึกสีดำสีเดียวกับภาพถ่ายเอกสารและเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
  5. ควรขีดเส้นทับรูปบัตรประชาชน หรือบริเวณที่ยากต่อการแก้ไข
  6. ควรขีดเส้นทึบยาวๆ เพียงเส้นเดียว
  7. ลงลายมือชื่อทั้งตัวบรรจงและลายเซ็น
  8. ไม่เขียนตัวหนังสือทับบริเวณสาระสำคัญของเอกสาร
  9. ไม่ขีดเส้นเป็นกากบาท หรือลายหมากรุก แต่ควรขีดแต่เส้นเดียว

Advertisement

io

 

กรณีถูกนำสำเนาทะเบียนบ้านหรือบัตรประชาชนไปใช้สมัครบัตรเครดิต

ในกรณีที่พยายามเซ็นหรือขีดเส้นกำกับสำเนาเอกสารทุกอย่างดีแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังตกไปอยู่ในมือของมิจฉาชีพจนถูกนำไปก่อเหตุใช้สมัครบัตรเครดิต ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกไม่น้อย แม้แต่ท่านที่เคยสมัครบัตรเครดิตมาแล้วแต่ไม่ได้รับการอนุมัติ แต่มิจฉาชีพกลับมีแค่เพียงสำเนาเอกสารของคุณเท่านั้น แต่กลับสมัครและได้รับการอนุมัติอย่างง่ายดาย กว่าที่คุณจะรู้ตัวว่าโดนนำเอกสารไปแอบอ้างทำบัตร คุณก็มีหนี้ก้อนใหญ่ที่ยังไม่ได้ก่อขึ้นเสียแล้ว โดยในใบแจ้งหนี้จะระบุว่าคุณเป็นผู้ครอบครองบัตร ชื่อในใบแจ้งให้ไปชำระหนี้ก็เป็นชื่อของคุณ แต่คุณไม่เคยสมัครบัตรเครดิตเลย ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น คุณก็ไม่จำเป็นต้องชำระหนี้สินเหล่านั้น แต่ให้รีบแจ้งความในทันที โดยนำเอกสารแจ้งหนี้ทั้งหมดไปด้วย ในกรณีนี้ถือว่าเป็นความหละหลวมของสถาบันทางการเงินที่อนุมัติบัตรให้แก่มิจฉาชีพ ทั้ง ๆ ที่ผู้ที่ยื่นสมัครกับเจ้าของเอกสารเป็นคนละคนกันด้วยซ้ำ

 

 

fe

 

 

กรณีโดนสวมสิทธิ์นำสำเนาบัตรประชาชนไปกู้ยืมเงิน

เคยมีกรณีที่มีเจ้าทุกข์ร้องเรียนว่า มีหมายศาลมาที่บ้าน แจ้งว่าไปกู้เงินเขา ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ทำ แต่เขามีสำเนาบัตรประชาชน ของเราที่หมดอายุตั้งแต่ปี 2551 แต่ในขณะที่เอกสารการกู้เงินถูกทำในปี 2553 ซึ่งปัจจุบันเจ้าทุกข์ไม่ได้ใช้บัตรประชาชนใบนี้แล้วเนื่องจากมันหมดอายุ เจ้าทุกข์จึงเอาบัตรประชาชนตัวจริงไปทำใหม่ที่เขต แล้วเขตก็ยึดใบที่หมดอายุไว้แล้วออกใบใหม่มาให้ใช้ แต่ไม่รู้ว่าเจ้าหนี้ไปเอาสำเนาบัตรมาจากไหน ถ้าเกิดเหตุเช่นกรณีนี้ควรทำอย่างไร?

สำหรับใครที่เผชิญปัญหานี้อยู่ก็อย่าเพิ่งตระหนกไป เพราะทนายได้ออกมาให้ความรู้ว่า ในเมื่อคุณไม่ได้กู้เงินเขามา คุณก็เข้าไปในคดีตามที่ศาลนัด จากนั้นให้ยื่นคำให้การต่อสู้คดี ว่าเราไม่ใช่ผู้กู้ เพราะกฎหมายเขียนเอาไว้ว่า การกู้ยืมเงินกว่า 2,000 บาท ต้องมีหลักเป็นหนังสือที่ลงลายมือชื่อผู้กู้ถึงจะฟ้องได้ เมื่อคุณยืนยันว่าไมได้กู้้จริงๆ ก็สู้คดีต่อไป โดยต้องมีการส่งตัวอย่างลายมือชื่อเพื่อพิสูจน์ความจริง แต่อย่านิ่งนอนใจว่าเราไม่ได้กู้แล้วไม่ยอมไปศาลนะ ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดมหันต์

Advertisement

นอกจากจะมีการปลอมแปลงสวมสิทธิ์จากสำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาเอกสารสำคัญต่างๆแล้ว การปลอมบัตรประจำตัวประชาชนก็เป็นเรื่องที่ต้องระวังเช่นกัน เพราะอาจก่อเกิดความเสียหายต่อตนเองและหน่วยงานราชกการหรือเอกชนได้ ดังนั้นจึงควรมีความรู้ในเรื่องการตรวจสอบบัตรจริงและบัตรปลอมในเบื้องต้น

,p[

 

วิธีตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนปลอม ดังนี้

  1. รูปลักษณ์ภายนอกของบัตร ให้สังเกตตัวอักษรที่พิมพ์บนบัตรประชาชน จะมีรูปแบบขนาดความหนา – บางของตัวอักษรต่างจากบัตรของจริง เมื่อดูจากแสงสะท้อนกลับภายใต้แสดงธรรมชาติหรือไฟฟ้าทั่วไปจะเห็นสัญลักษณ์รูปสิงห์ ที่อยู่ภายในวงกลมเป็นภาพ 3 มิติแบบวาวแสง และมีข้อความว่า กรมการปกครอง เป็นสีทอง และเมื่อดูด้วยแสง UV ก็จะเห็นข้อความนี้เรืองแสง

 

  1. การตรวจสอบบัตรด้วยแสง UV วิธีนี้ใช้เฉพาะการตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ หรือ SMART CARD ให้สังเกตบริเวณกลางตัวบัตรด้านหน้า จะมีรูปครุฑพร้อมกีโรเช่ ซึ่งพิมพ์ด้วยหมึกที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า บริเวณด้านหลังของบัตรจะมีตราโลหะสีทองที่ซ่อนตัวอักษรขนาดเล็กเขียนคำว่าประเทศไทย มีรูปพระบรมมหาราชวังและรูปแผนที่ประเทศไทย เมื่อคุณมองผ่านแสง UV ก็จะเห็นรูปแผนที่เป็นสีเหลือง

 

  1. วิธีตรวจสอบโดยเครื่องอ่านบาร์โค้ดทั่วไป จะสังเกตได้จากด้านหน้าบัตรประจำประชาชนแบบอเนกประสงค์ (หรือ SMART CARD) จะมีรหัสแท่งตรวจสอบบัตรหรือบาร์โค้ด ที่กำหนดแทนข้อมูลเลขประจำตัวประชาชน (PID) 13 หลัก ของผู้ถือบัตรแต่ละคนไว้ด้วย

 

  1. วิธีสุดท้ายเป็นการตรวจสอบรายการบุคคลจากฐานข้อมูลทะเบียนบัตร ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ 2 ช่องทางด้วยกัน คือ ตรวจสอบทางเว็บไซต์ Khonthai.com และ www.dopa.go.th หรือจะตรวจสอบผ่านทางสำนักทะเบียนทุกแห่งทั่วประเทศ ถ้าสะดวกที่สุดก็โทรไปที่สายด่วน 1546

 

และที่สำคัญ หากมีผู้ใดใช้บัตรประจำตัวประชาชนปลอมจะมีความผิด พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 รวมถึงแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2542 มาตรา 14(2) คือ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่ง 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึงหนึ่ง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

wd

นอกจากการปลอมแปลงสำเนาบัตรประชาชนไปก่อเหตุต่างๆ ให้เราต้องตามใช้หนี้แล้ว อีกหนึ่งคดีที่เกิดปัญหาเป็นอันดับต้นๆ นั่นคือ การถูกคัดลอกข้อมูลจากบัตรเครดิตเพื่อไปก่อหนี้ ดังนั้นวิธีป้องกันไม่ให้ถูกคัดลอกข้อมูลจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ดังนี้

 

Advertisement

 

วิธีการใช้บัตรเครดิตให้ปลอดภัยห่างไกลจากมิจฉาชีพ คือ

  1. พยายามเก็บบัตรเครดิตให้ดีที่สุด ถ้าหากไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานก็ควรจะเก็บบัตรไว้ในกระเป๋าสตางค์ให้เรียบร้อยและที่สำคัญต้องมิดชิดด้วย หมั่นตรวจสอบอยู่เสมอว่าบัตรของคุณยังอยู่ในกระเป๋าสตางค์เสมอหรือไม่
  2. เวลาใช้บัตรเครดิตทุกครั้งต้องไม่ให้ห่างจากสายตา ไม่ว่าจะใช้รูดซื้ออะไรก็ตามการยืนดูพนักงานตอนทำการรูดบัตรอย่างไม่ให้คลาดสายตาก็ไม่ใช่เรื่องน่าเกลียด อย่ายื่นบัตรให้แก่พนักงานให้นำไปรูดเองโดยเด็ดขาดเพราะคุณไม่สามารถทราบได้เลยว่า มิจฉาชีพที่จ้องจะขโมยข้อมูลบัตรเครดิตของคุณจะมาในรูปแบบใดบ้าง
  3. ควรตรวจสอบใบเสร็จรับเงินที่ใช้จ่ายเกี่ยวกับบัตรเครดิตทุกครั้ง ในการตรวจสอบและเก็บใบเสร็จรับเงินที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตทุกครั้งนั้นจะช่วยให้คุณสามารถสังเกตเห็นสิ่งที่ผิดพลาดได้ ถ้าหากมีข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากทางร้านที่เพิ่งใช้บริการ คุณก็สามารถแย้งได้ในทันที ส่วนการเก็บใบเสร็จรับเงินไว้ก็สามารถนำมาเป็นหลักฐานชี้แจงได้ เมื่อยอดแจ้งชำระที่แจ้งมาเกินความจริงจากที่ใช้งาน
  4. ทุกครั้งที่ใช้บัตรเครดิตกดเงินสดคุณควรระวังให้มากที่สุด ควรเลือกตู้ ATM ที่ดูแล้วไม่มีสิ่งผิดปกติและจะต้องไม่อยู่ในสถานที่เปลี่ยวไม่ปลอดภัย ตู้ ATM ที่ปลอดภัยต้องอยู่ในธนาคาร เพราะจะปลอดภัยกว่าตู้ ATM ที่อยู่ด้านนอก สำหรับตู้ ATM ที่อยู่หน้าธนาคารในห้างสรรพสินค้าก็จะมีปลอดภัยมากที่สุดในการกดเงินสด เพราะในห้างสรรพสินค้าจะเต็มไปด้วยกล้องวงจรปิดนั่นเอง ซึ่งมิจฉาชีพจึงไม่กล้ามาติดตั้งอุปกรณ์เพื่อทำการโจรกรรม
  5. หากคุณทราบวิธีดำเนินการเมื่อเกิดเหตุการณ์โจรกรรมบัตร หรือถูกแอบอ้างใช้บัตรโดยที่ตัวเองไม่ทราบ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใด ๆ ขึ้นมาก็ตาม สิ่งแรกที่ควรทำคือตั้งสติ ห้ามตกใจหรือวิตกกังวล จากนั้นให้คุณปฏิบัติตามขั้นตอนที่ได้แนะนำไว้ในเบื้องต้นกรณีที่ถูกขโมยบัตร หรือ ถูกหลอกเอาสำเนาบัตรประชาชนไปสมัครบัตรเครดิต ความรู้เหล่านี้จะช่วยให้คุณหลุดพ้นจากสภาพแพะรับบาปเป็นลูกหนี้ที่ไม่ได้ก่อนั่นเอง

 

 

เรียบเรียงโดย สาระดีดี

ที่มา : moneyhub, bigza

สนับสนุนบทความโดย

สักคิ้ว,เรียนสักคิ้ว

สถาบันออกแบบทรงคิ้วด้วยมืออาชีพ ชาริน่า เมคอัพ 061 464 6451

Advertisement
Share on Facebook0Share on Google+1Tweet about this on Twitter0Share Line

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : วิธีเซ็นบัตรประชาชนให้ปลอดภัย ไม่ถูกมิจฉาชีพสวมสิทธิ์ (คำแนะนำจากทนาย)