อันตรายกว่าที่คิด!! กลืนเมล็ดผลไม้ลงท้อง อาจเสี่ยงเสียชีวิตได้!

เปิดอ่าน 3,812 views

Advertisement

 

หลายๆคนคงจะเคยกลืนเมล็ดลงท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ ตั้งแต่เม็ดเล็กอย่างส้มมะนาว ฝรั่ง (ที่บางคนชอบเคี้ยวทาน แต่ว่าไม่ค่อยละเอียดเท่าไรเพราะว่ามันแข็งหรือจะเป็นเม็ดที่ใหญ่ขึ้นอย่างมะขาม น้อยหน่า หรือกระท้อนที่พึ่งจะมีข่าวไปก็เลยเกิดข้อสงสัยว่า ที่จริงแล้วการกลืนเมล็ดเข้าไปในท้อง เกิดอันตรายมากน้อยแค่ไหน ถ้าหากกลืนลงไปแล้วควรจะทำยังไง วันนี้มีคำตอบค่ะ

 

Advertisement

 

 

กลืนเมล็ด อันตรายยังไง?

– อันตรายกับทางเดินหายใจ

ก่อนที่จะยาวไปถึงท้อง เมล็ดพวกนี้มีความเสี่ยงที่จะติดคอ ปิดทางเดินหายใจ จนกระทั่งทำให้หายใจไม่ออกได้ ในกรณีนี้เสี่ยงอันตรายได้ภายในช่วงเวลาไม่กี่นาทีถ้าไม่สามารถเอาเมล็ดที่ติดอยู่ออกได้ทันท่วงที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเม็ดที่มีขนาดใหญ่และแข็ง บางทีอาจยิ่งเกิดอันตรายต่อชีวิตได้อย่างฉับพลัน ในเรื่องที่ติดอยู่ในทางเดินหายใจ แต่ว่าไม่ได้อุดกั้นจนกระทั่งหายใจไม่ออก แต่ว่าทำให้ทางเดินหายใจติดเชื้อ อักเสบ ไอออกมามีเลือดหรือหนองผสม กระทั่งอาจมีอาการแทรกซ้อนต่างๆตามมา ได้แก่ ปอดอักเสบ ฝีในปอด โรคหนองในโพรงเยื่อหุ้มปอด เป็นต้น

– อันตรายกับหลอดอาหาร

ในเรื่องที่พ้นทางเดินหายใจมาได้ แต่ว่าก็อาจจะไม่ได้หมายความว่าสิ่งแปลกปลอมอย่างเมล็ดผลไม้กลุ่มนี้ จะไหลลื่นไปถึงกระเพาะ ลำไส้ใหญ่ จนกระทั่งถ่ายออกมานอกร่างกายได้เป็นผลสำเร็จเสมอ ถ้าเป็นเม็ดที่มีขนาดใหญ่ หรือมีด้านคมซึ่งสามารถติดอยู่ในบริเวณหลอดอาหารเป็นระยะเวลานานโดยไม่หลุดออกมา อาจส่งผลให้เยื่อบุ๋มริเวณนั้นมีอาการอักเสบ เป็นแผล จนอาจถึงขั้นหลอดอาหารทะลุได้

– อันตรายกับลำไส้

ทีนี้ถ้าเกิดเมล็ดผลไม้มีความลื่นอยู่บ้าง บางทีอาจไหลไปได้ไกลจนลงไปในลำไส้กระเพาะอาหาร แต่ว่ากลางทางบางทีอาจติดอยู่กับส่วนใดส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะลำไส้ใหญ่ที่พบได้บ่อยว่าเข้าไปปิดไส้จนส่งผลให้เกิดเป็นภาวะไส้ตัน หรือถ้าหากเป็นเมล็ดที่มีความแหลมคมอย่าง กระท้อน เมื่อผ่านด่านกระเพาะอาหารแล้วเนื้อผลไม้ลื่นก็จะหายไป เหลือไว้แต่เมล็ดแข็งที่มีความแหลมคม ที่อาจจะก่อให้ลำไส้ใหญ่เป็นแผล ลำไส้ใหญ่ทะลุ อุจจาระรั่วซึมออกมาในท้อง นำไปสู่อาการติดเชื้อในกระแสเลือด จนกระทั่งทำให้อาการทรุดหนักถึงขั้นเสียชีวิตได้เหมือนกัน

 

Advertisement

 


ถ้าเกิดเผลอกลืนเมล็ดลงไปแล้ว ต้องทำอย่างไร?

ถ้าเป็นเม็ดเล็กอย่างส้ม มะนาว เม็ดฝรั่ง หรือเม็ดอื่นๆที่มีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่านี้ ถ้าผ่านหลอดลม และหลอดอาหารไปสู่กระเพาะได้ก็ไม่น่าจะมีอะไรน่ากังวล(เว้นแต่จะแจ๊กพอตไปตกอยู่ในไส้ติ่ง จนตันแล้วเป็นไส้ติ่งอักเสบ แต่ว่าก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆหรือเกิดขึ้นได้ง่ายขนาดนั้น)

แต่ว่าถ้าเกิดเป็นเมล็ดที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย อย่างเช่น มะขาม น้อยหน่ามังคุด ที่มีความแข็งแรง และไม่ได้ลื่นมาก อาจมีความเสี่ยงที่จะติดอยู่ในหลอดลม หรือทางเท้าหายใจได้ ให้ดูลักษณะของตนเองว่าสามารถหายใจเข้าออกได้สบายหรือเปล่า และรอสังเกตอาการ 2-3 วัน ถ้าเกิดไม่มีอาการผิดปกติอะไรก็สามารถดำเนินชีวิตตามปกติได้ แต่ว่าแม้หายใจลำบาก อึดอัด หรือปวดท้องควรจะรีบพบแพทย์โดยเร่งด่วน

รวมทั้งท้ายที่สุด ถ้าหากเป็นเมล็ดขนาดใหญ่ แล้วก็มีความแหลมคมภายในอย่างกระท้อน แนะนำว่าให้รีบปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆโดยไม่ต้องรอดูอาการอะไรเพราะว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะทำอันตรายต่อร่างกายได้มากกว่าเมล็ดขนาดเล็ก พบคนไข้หลายรายที่จะต้องรีบเข้ารับการผ่าตัดจากการกลืนเมล็ดจำพวกกระท้อนเข้าไปภายในร่างกาย เพราะฉะนั้นถ้าพบก่อน แล้วคอยติดตามอาการ หรือจัดการผ่าออกตั้งแต่ยังไม่ทำให้มีการเกิดอาการไส้ทะลุ หรืออักเสบ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ หรือเสียชีวิตได้

 

 

ขอขอบคุณ
ข้อมูล นพ.ธนาวุฑฒ์ โสภักดี

Advertisement

Advertisement

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : อันตรายกว่าที่คิด!! กลืนเมล็ดผลไม้ลงท้อง อาจเสี่ยงเสียชีวิตได้!